อเมริกาได้เริ่มจัดเก็บตัวอย่าง “ดี เอน เอ”

  • The U.S. has begun collecting DNA samples from migrants at the border.

The Trump administration began a pilot program on Monday, collecting DNA from migrants and asylum seekers at certain ports of entry at the U.S.-Mexico and U.S.-Canada borders. DNA from both adults and teens is being collected. This is the first step to a plan to have DNA profiles on all migrants in immigration custody, even on those without any criminal history. DHS has said that those who do not give consent to the DNA swab could be criminally prosecuted.

อเมริกาได้เริ่มจัดเก็บตัวอย่าง “ดี เอน เอ” จากผู้อพยพที่ด่านชายแดน  ผู้ริหารของทรัมพ์เริ่มโปรแกรมในวันจันทร์ ตรงไปที่ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่ชายแดน ด่านทางเข้าที่”อเมริกา-เม๊กซิโก” และที่ ”อเมริกา-แคนนาดา”.  “ดี เอน เอ” จากผู้ใหญและวัยรุ่นได้ถูกจัดเก็บ นี่เป็นขั้นแรกในแผนการเก็บข้อมูลส่วนตัว “ดี เอน เอ” จากการดูแลของผู้อพยพ ถึงพวกเขาเหล่านั้นไม่มีประวัติอาชญากรรม กรมการพัฒนาบริการสุขภาพบอกว่าผู้ใดไม่อนุญาติให้เก็บ “ดี เอน เอ” จะถูกดำเนินคดีทางอาญา.

  • Immigrant advocates called on Boston Public Schools to stop sharing information with ICE.

      ผู้สนับสนุนของผู้อพยพได้โทรศัพท์ไปที่โรงเรียนของรัฐบอสตั้นให้หยุดการแลกเปลี่ยนข้อความกับด่านตรวจคนเข้าเมือง

In 2018, civil rights activists sued Boston Public Schools, seeking records on the school system’s communication with ICE. One such example was a high school student whose lunchtime argument led to a student incident report. Though he had no criminal record, the report labeled the student a gang member. That report was then given to a police unit that shared information with ICE. The student was eventually arrested by ICE and deported. Other reports sent to the Boston police included non-criminal disciplinary offenses like graffiti and “disturbing a school assembly.”

ในปี 2018 นักกิจกรรมสิทธิพลเมืองได้ฟ้องร้องโรงเรียนของรัฐบอสตั้น ค้นหาระบบสื่อสารการบันทึกของโรงเรียนกับด่านตรวจคนเข้าเมือง  ตัวอย่างอันหนึ่ง มีเด็กมัธยมอยู่ในระหว่างพักเที่ยงทะเลาะวิวาทกันจึงถูกรายงานในเหตุการณืที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าเขาไม่มีประวัติอาชญากรรม ในรายงานระบุว่านักเรียนคนนั้นถูกตีตราว่าเป็นสมาชิกของแก๊งค์ของการรายงานในเหตุการณ์นั้นและได้ถูกส่งต่อไปยังหน่วยตำรวจเป็นผู้ซึ่งแลกเปลี่ยนข้อความกับด่านตรวจคนเข้าเมือง นักเรียนคนนั้นถูกคุมขังโดยผู้ตรวจคนเข้าเมืองและในที่สุดก็ถูกเนรเทศ  รายงานอีกชิ้นหนึ่งประกอบข้อความที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมในความผิดทางวินัยได้ส่งไปให้ตำรวจบอสตั้นแบบเหมือนกับการทำลาย และ “การรบกวนการชุมนุมในโรงเรียน”

  • With a shrinking workforce, the restaurant industry in Houston is increasingly turning to immigrant workers.

ด้วยการลดกำลังของเจ้าหน้าที่ อุตสาหกรรมร้านอาหารในฮุสตั้น หันไปหาแรงงานผู้อพยพมากขึ้น.

The restaurant business around the country has expanded, but the workforce under age 25 has not. To retain enough qualified chefs and other workers, Houston restaurants are increasingly turning to immigrants, and the industry is pushing for more permanent immigration solutions for these young workers, especially those on DACA and with Temporary Protected Status.

ธุรกิจร้านอาหารในประเทศได้ขยายมากขึ้น แต่กำลังแรงงานอายุต่ำกว่า 25 ปีไม่มี  การรักษา“เชฟ”ที่มีคุณภาพเพียงพอและคนงานอื่นๆ ในร้านอาหารฮุสตั้นเพิ่มขึ้น หันไปว่าจ้างผู้อพยพ ส่วนทางด้านอุตสาหกรรมร้านอาหารได้พยายามหาวิธีผลักดันและแก้ไขให้ได้แรงงานหนุ่มสาวของผู้อพยพถาวรมากขึ้น โดยเฉพาะพวกที่ได้รับสิทธิ์ในโปรแกรม ”แด๊กก้า” หรือมีสถานะที่ได้รับการปกป้องชั่วคราว.

0
Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.