Who is a spouse?

The question of who is considered a spouse is important for U.S. immigration and non-immigrant purposes. The determination of whether a person is a spouse affects intending immigrants in multiple employment based, family-based immigration, and derivative non-immigrant employment categories. There are three main considerations of whether there is a marriage.

First, the marriage must have been valid at the time it was performed. Each party of a marriage must have been free to marry at the time it was performed. The party must be single, and all prior divorces must have been valid and recognized. The marriage ceremony must have been recognized as legal in the place where it was performed. Except for marriages between close family members or where one of the parties is considered too young, it does not have to be legal at the place of domicile. With the legalization of same-sex marriages in multiple states and countries, petitions by homosexual couples are accepted by U.S. immigration.

Second, the marriage must still be in existence at the time the immigration benefit is conferred or during the period that the principle foreign national is in the United States under a non-immigrant visa. The marriage does not have to be “viable.” The couple can be separated or longer living in the same home, but it must not have been legally terminated. In some states, a legal separation agreement would constitute the termination of the marriage. However, a marriage where the couple is not residing together may bring questions about the bona fides of the marriage.

Third, the marriage must not be a marriage of convenience or entered for immigration purposes. The intention of the marriage should be based on good faith in accordance with the laws of the place where the marriage was performed. No fee or consideration should have been given to either party as a precursor to filing a petition for an immigration benefit. The level of scrutiny by U.S. immigration will depend on the length of marriage, the current living situation of the couple, the cultural background of the parties, and the development of their relationship prior to marriage.

The penalties for marriage fraud is severe. An immigrant found to have committed marriage fraud will be removed from the United States and essentially blacklisted from ever entering the United States again. The U.S. petitioner faces the possibility of imprisonment for up to five years and a $250,000 fine. The most severe penalties are for parties who have engaged in a criminal conspiracy to arrange fraudulent marriages.

ใครคือคู่สมรส?

คำถามของการพิจารณาใครคือคู่สมรสมันสำคัญสำหรับกองตรวจคนเข้าเมืองอเมริกาและจุดประสงค์ของผู้ไม่ใช่ผู้ย้ายถิ่นฐาน การพิจารณาใช่หรือไม่ที่เป็นคู่สมรสในการกระทบต่อฐานของการจ้างงานที่หลากหลายต่อความตั้งใจของผู้ย้ายถิ่นฐาน การเข้าเมืองของครอบครัวและขั้นตอนการขยายพันธ์ของแรงงานที่ไม่ใช่ผู้ย้ายถิ่นฐาน มีการพิจารณาอยู่ในสามหัวข้อใหญ่ “ว่ามีการแต่งงานหรือเปล่า”

ข้อหนึ่ง การแต่งงานจะต้องถูกต้องในเวลาที่ดำเนินการ คู่สมรสจะต้องมีอิสระการแต่งงานในเวลาที่มันถูกดำเนิการ คู่สมรสจะต้องโสดและหย่าที่ถูกต้องก่อนและเชื่อถือได้  พิธีการแต่งงานจะต้องได้รับการเชื่อถือได้ตามกฎหมายในสถานที่ที่ประกอบพิธี นอกจากการแต่งงานระหว่างสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดหรือคู่สมรสข้างหนึ่งถูกพิจารณาว่ายังอ่อนวัยอยู่ ไม่จำเป็นที่จะถูกต้องตามกฎหมายในภูมิลำเนา.  การถูกกฎหมายแต่งงานในเพศเดียวกันที่มีหลากหลายตามรัฐและเมืองต่างๆ การยื่นคำร้องโดยคู่แต่งงานรักร่วมเพศยอมรับโดยกองตรวจคนเข้าเมืองอเมริกา

ข้อสอง การแต่งงานจะต้องยังคงอยู่ในเวลาที่มอบผลประโยชน์ต่อผู้ย้ายถิ่นฐานหรือในระหว่างขณะที่หลักต่างประเทศที่อยู่ในอเมริกาภายใต้วีซ่าที่ไม่ใช่ผู้ย้ายถื่นฐาน  การแต่งงานไม่จำเป็นต้อง ”ทำงานได้” คู่สมรสสามารถที่จะแยกหรืออยู่ด้วยกันในบ้านหลังเดียวกันแต่จะต้องไม่ถูกยุติตามกฎหมาย. ในบางรัฐ การตกลงแยกกันตามกฎหมายอาจจะเป็นระเบียบปฏิบัติในการยุติการแต่งงาน ถึงอย่างไรก็ตาม การแต่งงานที่ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ด้วยกันอาจจะมีคำถามเกี่ยวกับความสุจริตของการแต่งงาน

ข้อสาม การแต่งงานจะต้องไม่แต่งงานแบบง่ายๆหรือจุดประสงค์เพื่อการเข้าเมือง การตั้งใจของการแต่งงานจะต้องมีรากฐานที่น่าเชื่อถือดีต่อกฎหมายของสถานที่ ที่ทำการแต่งงาน ไม่มีค่าธรรมเนียมหรือการพิจารณาที่จะให้ข้างใดข้างหนึ่งของคู่สมรสที่เป็นผู้นำในการยื่นคำร้องสำหรับผลประโยชน์คนเข้าเมือง  ขั้นตอนการพิเคราะห์โดยกองตรวจคนเข้าเมืองอเมริกาจะขึ้นอยู่กับว่าระยะเวลาของการแต่งงาน สถานที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันของคู่สมรส ภูมิหลังด้านวัฒนธรรมของคู่สมรสและการพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก่อนการแต่งงาน.

การปรับต่อการแต่งงานหลอกมันรุนแรง ผู้เข้าเมืองถูกจับในข้อหาแต่งงานหลอกจะต้องถูกเนรเทศออกจากอเมริกาและถูกขึ้นอยู่ในบัญชีดำห้ามเข้าอเมริกาอีกตลอดไป  ผู้ยื่นคำร้องอาจจะถูกจำคุกอย่างสูงถึงห้าปีและปรับ $250,000 อเมริกัน ขั้นรุนแรงที่ถูกทำโทษคือคู่สมรสที่ได้สมรู้ร่วมคิดก่ออาชญากรรมในการจัดการหลอกการแต่งงาน.

                     If you have any questions on what is considered for visa US., please contact our office ID Line : Virasin and Webside Virasin.com 095-258-4186.

                     ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับวีซ่า ของอเมริกา โปรดกรุณาติดต่อได้ที่ทางไลน์ ID: Virasin หรือส่งข้อความที่เว็บไซด์ Virasin.com โทร.095-2584186

0
Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

code