การประกันสุขภาพความต้องการสับสน

Health Insurance Requirement Confusion 2020-02-27

  • The Supreme Court has ruled that a Border Patrol agent who shot an unarmed Mexican teenager cannot be sued. In 2010, a Border Patrol agent shot and killed a Mexican teenager. The victim was on the Mexican side of the border when the agent fired on him twice. On Tuesday, the Supreme Court ruled that the victim’s parents do not have standing to sue the Border Patrol agent for violating the 4th and 5th amendments. The reasoning is that the teenager, a foreign national, was not covered by U.S. federal laws while he was outside of the United States. Justice Alito, writing for the majority, also said this was a conflict that could be handled diplomatically between the U.S. and Mexico, and that Supreme Court intervention could affect border security.
  • ศาลสูงได้ตั้งกฎให้หน่วยลาดตระเวนชายแดนผู้ซึ่งยิงเด็กหนุ่มชาวเม็กซิกันที่ปราศจากอาวุธไม่สามารถที่จะฟ้องร้องได้ ในปี 2010 หน่วยลาดตระเวนชายแดน ยิงและฆ่าเด็กหนุ่มชาวเม็กซิกัน เจ้าหน้าที่ชายแดน ได้ยิงผู้เคราะห์ร้ายสองนัด ในขณะที่เขาอยู่ในเขตแดนเม็กซิโก เมื่อวันอังคาร ศาลสูงได้ออกกฎหมายว่าผู้ปกครองของผู้เคราะห์ร้าย ไม่มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ที่ละเมิด ในการแก้ไขครั้งที่ 4 และ ครั้งที่ 5 เหตุผลก็เพราะว่า เด็กหนุ่มชาวต่างชาติ ไม่ได้คุ้มครองโดยกฎหมายของรัฐบาลกลาง ในขณะที่เขาอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้พิพากษา “อลิโต” ได้เขียนถึงคนส่วนใหญ่ ได้กล่าวว่า การขัดแย้งสามารถจะจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่าง อเมริกา กับ เม็กซิโก และ การแทรกแซงของศาลสูงอาจจะกระทบกับหน่วยรักษาความปลอดภัยชายแดน.
  • State Department workers are confused about applying a health insurance requirement. In October, a Presidential Proclamation stated that all immigrant visa applicants needed to have health insurance within 30 days of arrival or have enough funds to cover “reasonably foreseeable costs.” Consular officers asked for clarification on the reasonably foreseeable costs of medical issues. They were told to use their “general knowledge.” The State Department is unable to give information on the costs of specific medical treatments, such as diabetes. The proclamation has not been implemented, as there is a preliminary injunction against the policy.
  • ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศสับสน เกี่ยวกับความต้องการในการยื่นขอ ประกันสุขภาพ ในเดือนตุลาคม ประกาศของประธานาธิบดีได้ระบุว่า ผู้ยื่นขอวีซ่าของผู้ย้ายถิ่นฐาน จะต้องมีประกันสุขภาพ ภายใน 30 วันที่มาถึง หรือ มีทุนพอสำหรับ “ค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์อย่างสมเหตุผล” เจ้าหน้าที่กงสุล ได้ถาม เกี่ยวกับ “ค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์อย่างสมเหตุผล” ของปัญหาทางการแพทย์ ซึ่งได้รับคำตอบว่าให้ใช้ “ความรู้ทั่วไป” ของเขา  กระทรวงต่างประเทศไม่สามารถที่จะให้ลายละเอียดเกี่ยกับค่าใช้จ่ายในการรักษาทางการพทย์  อย่างเช่น โรคเบาหวาน การประกาศยังไม่ได้ดำเนินการ เนื่องจากมีคำสั่งห้ามในเบื้องต้นในการใช้นโยบาย.
  • Extraditions from Mexico to the U.S. have increased. Amid pressure from the Trump administration, Mexico has increased the amount of extraditions of criminal defendants to the U.S. Since the start of 2020, at least 30 have been extradited, in comparison to 58 from all of 2019. Most of these extraditions are related to drug trafficking crimes. Mexico’s foreign ministry said that “the security of the region is a shared responsibility.”
  • ส่งผู้ร้ายข้ามแดนจากเม็กซิโกสู่อเมริกาได้เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความกดดันจากองกรณ์ทรัมท์ เม็กซิโกได้เพิ่มจำนวนส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่เป็นจำเลยทางอาญา สู่อเมริกา ตั้งแต่เริ่มปี 2020 ได้ส่งผู้ร้ายข้าแดนอย่างน้อย 30 คน เปรียบเทียบกับปี 2019 ที่ส่งผู้ร้ายข้ามแดน 58 คน ผู้ร้ายข้ามแดนเหล่านี้ เชื่อมโยงกับการค้ายาเสพติด  รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโก ได้กล่าวว่า “การป้องกันภูมิภาคเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน.
  • The Supreme Court is weighing the issue of criminalization of advocacy for undocumented immigrants. Today, the Supreme Court will hear oral argument on whether a law that makes it a crime to encourage someone to come to or reside in the U.S. illegally is unconstitutional. The government appealed from a 9th Circuit decision which struck down the law, saying it was too broad and would chill free speech in violation of the First Amendment.
  • ศาลสูงกำลังชั่งน้ำหนัก ในเรื่องการให้การสนับสนุนทางอาญาของผู้ให้การสนับสนุนต่อ ผู้ย้ายถิ่นฐานไร้เอกสาร วันนี้ ศาลสูงจะฟังการถกเถียงกันในเรื่อง กฎหมายที่ทำให้เป็นอาชญากรรม เพื่อส่งเสริมบางคนที่มาหรืออาศัยอยู่ที่อเมริกาอย่างผิดกฎหมายเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติ. ทางรัฐบาลได้อุทรณ์จากวงจรที่ 9 การตัดสินใจติดอยู่ที่กฎหมาย  ได้พูดว่า มันเป็นวงกว้างเกินไปและอาจจะหยุดการพูดอิสระในการละเมิดของการแก้ไขครั้งแรก.
  • In the U.S., Latinos are opening more small businesses. Over the past 10 years, the number of Latinos who are small business owners has grown by 34%, compared to 1% for the whole population. Latino-owned businesses account for 4% of U.S. business revenues and 5.5% of U.S. employment. Despite this, one possible problem is that Latino businesses are on the whole smaller than white-owned businesses. However, Latino business owners tend to be younger than the average age of all business owners, sowing the seeds for future growth.
  • ในประเทศสหรัฐอเมริกา ชาวลาตินได้เปิดธุรกิจเล็กๆมากขึ้น มาเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี มีตัวเลขของชาวลาตินผู้เป็นเจ้าของธุรกิจเล็กๆ ได้โตขึ้นถึง 34% เปรียบเทียบกับ 1%ของพลเมืองทั้งหมดของชาวลาติน ผู้เป็นเจ้าของธุรกิจของชาวลาติน มีบัญชี 4% ของอเมริกาในธุรกิจการเงิน และ 5% ของพนักงานในอเมริกา ถึงแม้ว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นไปได้กับปัญหา คือธุรกิจของชาวลาตินทั้งหมดเป็นธุรกิจที่เล็กกว่าธุรกิจของชาวผิวขาว แต่ถึงกระนั้น เจ้าของธุรกิจของชาวลาตินมีแนวโน้มที่มีอายุอ่อนกว่าในการประมาณอายุของเจ้าของธุรกิจทั้งหมด การหว่านเมล็ดเพื่ออนาคตในการเติบโต.
0
Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

code