ในปี 2006 ประธานาธิบดีได้เซ็นต์เป็นกฎหมายในระเบียบการทำร้ายสตรี กฎหมายในระเบียบการทำร้ายสตรีประกอบด้วย    กฎระเบียบว่าด้วยการแต่งงานระหว่างประเทศซึงแสวงหาการป้องกันชาวต่างชาติจากผู้ยื่นคำร้องชาวอเมริกันที่มีประวัติอาชญากรรมที่ยื่นคำร้องคู่หมั้นหลายฉบับมาในอดีต.

กฎระเบียบว่าด้วยการแต่งงานระหว่างประเทศบังคับผู้ยื่นคำร้อง K ไม่ใช่ผู้ย้ายถิ่นฐาน วีซ่าสำหรับคู่หมั้นชาวต่างชาติ(K-1) หรือ คู่ชาวต่างชาติ(K-3)ในการยื่นข้อความที่ถูกลงโทษอาชญากรรมในอดีต การถูกลงโทษอาชญากรรมหรือพยายามที่จะกระทำในอาชญากรรมเหล่านี้จะต้องเปิดเผย:

กระทำรุนแรงท้องถิ่น             ฆาตกรรม                            ทรมาน                            ลักพา

การข่มขืน                             ฆาตกรรม                           การค้ามนุษย์                    การลักพา

ข่มขืนเด็ก                             การฆาตกรรม                     ข้ารับใช้เหมือนทาส         การข่มใจที่จะทำกฎหมาย

ละเลยเด็ก                            ข่มขืน                                 กักตัวประกัน                    การจำคุกผิด

การนัดพบกระทำรุนแรง        การระเมิดสัญญา                ไม่ได้ตั้งใจ                       อาชกรรมที่เชื่อมต่อ

ผู้สูงอายุทำผิด                     หาผลประโยชน์ทางเพศ       ความเป็นทาส                 สารควบคุม

สะกดรอยตาม                      ร่วมประเวณีระหว่างพี่น้อง       ค้าทาส                          เหล้าแอลกอฮอล์

สำหรับอาชญากรรมที่กล่าวข้างบน ผู้ยื่นร้องจะต้องยื่นสำเนาของใบคำสั่งศาลทั้งหมดและเปิดเผยการบันทึกที่มีคดีและการว่าคดีของศาลต่อทุกอาชกรรมถึงแม้ว่าข้อบันทึกของผู้ยื่นขอจะถูกปิดและโปร่งใส  ถ้าคำร้องได้รับการอนุมัติ ข้อความประวัติอาชญากรรมที่ยื่นโดยผู้ยื่นคำร้อง เกี่ยวกับอาชญากรรมที่ถูกลงโทษและทางกองตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจะเปิดเผยต่อคู่หมั้นในระหว่างกงสุลสัมภาษณ์.

ข้อเพิ่มเติม กฎระเบียบว่าด้วยการแต่งงานระหว่างประเทศกำหนดให้ผู้ยื่นขอมีจำนวนจำกัดการยื่นขอ K-1  ผู้ยื่นขอจำกัดการขอ K-1 วีซ่าได้สองครั้งตลอดชีวิตและการขอK-1 วีซ่าอาจจะไม่ได้รับอนุมัติภายในสองปี ก่อนที่จะยื่นคำร้องในปัจจุบัน  การยื่นจำกัดต่อผู้ยื่นห้ามใช้การขอต่อคู่สมรสชาวต่างชาติ(K-3).

จำนวนจำกัดขอK-1 วีซ่าต่อผู้ยื่นขอ สามารถที่จะขอการป้องกันต่อผู้ได้รับผลประโยชน์ จากตัวบุคคลผู้ซึ่งหลอกลวงต่อชาวต่างชาติด้วยการสัญญาแต่งงาน  บุคคลนั้นอาจจะยื่นเป็นหลายสิบครั้งในการขอK-1 วีซ่าเพื่อที่หลอกลวงชาวต่างชาติอเมริกา แล้วหาผลประโยชน์ทางเพศจากหญิงเหล่านั้นหรือนำพวกเขาเข้าสู่สถานภาพทางเพศโดยไม่สมัครใจ

การจำกัดจำนวนสองครั้งในการขอ K-1 วีซ่าป็นจำนวนที่ต่ำมากและได้มีการออกมีจำนวนจำกัดครั้งละทุกๆสองปี มีสถานการณ์ที่ผู้ยื่นขอK-1 วีซ่าให้คู่หม้นได้สำเร็จแต่เพราะในสถานการณ์ที่ไม่คาดถึง คู่หมั้นไม่สามารถที่จะใช้วีซ่าหรือต้องกลับบ้านหลังจากที่เข้าอเมริกาใน K-1 วีซ่าก่อนที่จะแต่งงาน ภายใต้ที่เข้มงวดของกฎในการที่ได้อ่าน ผู้ยื่นขออาจจะถูกห้ามในการยื่นคำร้องใหม่ในสองปีหลังจากที่ได้อนุมัติK-1 วีซ่าคราวที่แล้ว

ในความต้องการที่จะบรรเทาเจ็บปวดในกรณีที่คาดไม่ถึง ทางกองตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้ผู้ยื่นขอร้องทุกข์การให้อภัยเวลาหรือจำนวนจำกัด ถ้าผู้ยื่นขอไม่มีประวัติการกระทำผิดอาชญากรรมรุนแรงต่อบุคคลหรือหมู่คน  ถ้าผู้ยื่นขอมีประวัติในการกระทำผิดอาชญากรรมรุนแรง ทางกองตรวจคนเข้าเมืองจะไม่ให้อภัยการจำกัดที่ไม่มีหลักฐานในสถานะการณ์พิเศษในกรณีของผู้ยื่นขอ.

การขออุทธรณ์จะต้องมีบทสรุปประวัติของผู้ยื่นขอ  สถานะการณ์ในการขอ K-1 อันก่อนและทำไมการขออภัยจะต้องร้องทุกข์ในกรณีปัจจุบัน  การขออุทธรณ์จะต้องมีเอกสารประกอบที่ให้การสนับสนุนต่อความเป็นจริงในกรณีที่ผู้ขอร้องทุกข์.  ถ้าผู้ยื่นมีประวัติของความรุนแรง การขออุทธรณ์จะต้องมีบทสรุปที่ระบุว่าผู้ยื่นขอกระทำเพื่อป้องกันตัวหรือผู้ยื่นขอไม่ใช่แป็นผู้เริ่มในการก่อความรุนแรง การตัดสินในการอนุญาตหรือไม่ต่อผู้เยื่นขอ อยู่ในดุลพินิจเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองในการพิจารณาคดี.

 ถ้ามีคำถามเกี่ยวกับวีซ่า ของอเมริกา โปรดกรุณาติดต่อได้ที่ทางไลน์ ID: Virasin หรือส่งข้อความที่เว็บไซด์ Virasin.com โทร.095-2584186

0
Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

code