Supreme Court allowed the Remain in Mexico policy to continue

ศาลสูงอนุญาติให้นโยบายที่เหลืออยู่ในเม็กซิโกมีต่อไป

  • The Supreme Court allowed the Remain in Mexico policy to continue. Though lower courts ruled to temporarily block the Migrant Protection Protocols starting on Thursday, the Supreme Court ruled on Wednesday to allow the policy, often referred to as Remain in Mexico, to continue. The Supreme Court’s order will remain in place until litigation over the policy is finished, which will probably be at least through January 20
  • Immigrant detainees are at risk from the coronavirus in detention centers and immigration courts. ICE currently detains around 38,000 people around the country and has been criticized for its handling of medical care in the past. While COVID-19 spreads, detainees are particularly at risk from the spread of the virus, since they are held in close quarters and are frequently already suffering from other health issues. Another concern is that many immigration detention centers are privately run, with less government oversight. Many groups have called on ICE to take preventative measures, including providing enough supplies for handwashing, making plans for testing, and creating staff contingency plans in case staff contract COVID-19. Immigration courts themselves are another concern, as many respondents are put in the same courtroom for long stretches of time. As of March 3, 4 detainees had been tested and all came up negative.
  • Trump administration immigration policies increase coronavirus risks. Health experts have said that President Trump’s immigration policies, including increased ICE presence in areas with sanctuary policies, put more people at risk from COVID-19. The disease may spread more quickly as fear may deter immigrants from accessing healthcare. Though hospitals are designated as a “sensitive area” where immigration enforcement is generally not carried out, arrests in and around hospitals have undermined trust in that policy.
  • The president said he will block funds to sanctuary areas. Last week, the 2nd Circuit ruled that the executive branch could block law enforcement funding to jurisdictions with policies that limit cooperation with ICE. In response to the ruling, President Trump reiterated that he plans to block specific law enforcement funds from “sanctuary cities.” However, 3 other federal appeals courts around the country have injunctions blocking the Trump administration from enforcing some of the conditions they have placed on the funds.
  • A government watchdog says current family separation numbers may be flawed. On Thursday, the inspector general for Health and Human Services reported that details on family separation were not automatically shared between and HHS while the policy was in effect. While CBP handles border apprehensions, HHS works with migrant children. This lack of information sharing is another flaw that affects the veracity of the official number, published last year, of children separated from their parents during the official family separation policy. Outside of that policy, family separations at the border continue, particularly where parents have a criminal history.
  • The CDC head clarified that a wall will not help stop the spread of COVID-19. On Tuesday, President Trump asserted that a border wall would help stop the spread of COVID-19. Later that day, the director of the CDC clarified that there was no indication that a wall along the Mexican border could mitigate the spread of the virus.
  • ศาลสูงอนุญาติให้นโยบายการเหลืออยู่ในเม็กซิโกมีต่อไป ถึงแม้ว่าศาลล่างได้ปิดกั้นผู้ย้ายถิ่นฐานชั่วคราว มาตรการการปกป้องเริ่มเมื่อวันพฤหัสศาลสูงได้ออกกฎในวันพุธอนุญาติให้นโยบายที่กล่าวถึงบ่อยๆ ของการเหลืออยู่ในเม็กซิโกมีต่อไป ศาลสูงได้ออกคำสั่ง ให้เหลืออยูในที่เดิมจนกว่าการดำเนินคดีตามนโยบายจะเสร็จสิ้นลง ซึ่งอาจจะไปถึงในเดือนมกราคม 20 นี้
  • ผู้ถูกกักกันของผู้ย้ายถิ่นฐานเสี่ยงต่อโรคระบาดโคโรน่าไวรัสในศูนย์กักกันและศาลผู้ย้ายถิ่นฐาน ปัจจุบัน หน่วยตรวจคนเข้าเมือง กักขังประมาณ 38,000 คน ทั่วประเทศและได้ถูกปรักปรำจัดการใช้ผลประโยชน์ทางการแพทย์แห่งรัฐในอดีต  ในขณะที่การระบาดโรคร้าย COVID-19โดยเฉพาะผู้ถูกกักกันอยู่ในความเสี่ยงจากโรคระบาด ตั้งแต่ผู้ถูกกักกันอยู่ใกล้ชิดกันและเกิดทุกข์ทรมาณอยู่บ่อยๆในปัญหาสุขภาพ อีกอย่างที่เป็นห่วงส่วนใหญ่ที่ศูนย์กักกันของผู้ย้ายถิ่นฐานเป็นของเอกชนที่ทางรัฐละเลยการตรวจสอบ  มีหลายกลุ่มได้ขอให้หน่วยตรวจคนเข้าเมืองให้เอามาตรการปกป้อง พร้อมด้วยจัดหาเสบียงพอเพียงสำหรับการล้างมือ วางแผนในการทดลองและจัดทำแผนให้พนักงานรับรองเหตุฉุกเฉินในกรณีโรคระบาด COVID-19  ศาลตรวจคนเข้าเมืองเองเป็นอีกประเด็นที่น่าเป็นห่วงการตอบเป็นจำนวนมากได้ใส่ไว้ในห้องพิจารณาเดียวกันดป็นเวลานาน  ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม  มีจำนวนผู้ถูกกักกัน 4 คนได้ถูกทดสอบและทั้งหมดขึ้นมาเป็นลบ
  • นโยบายตรวจคนเข้าเมืองของบริหารทรั้ม ได้เพิ่มความเสี่ยงในการเพิ่มโรคระบาด โคโรน่าไวรัส  ผู้ชำนาญการในเรื่องสุขภาพได้พูดว่า นโยบายตรวจคนเข้าเมืองของบริหารทรั้ม ในการเพิ่มหน่วยตรวจคนเข้าเมืองในบริเวณ “นโยบายศักสิทิ์” ทำให้คนมากขึ้นอยู่ในการเสี่ยงจากโรคระบาด COVID-19.  โรคอาจจะระบาดเร็วขึ้น เป็นความกลัวที่อาจจะเลื่อนผู้ย้ายถิ่นฐานจากการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ ถึงแม้ว่าโรงพยาบาลจะถูกกำหนดให้เป็น “เขตอ่อนไหว”ที่หน่วยตรวจคนเข้าเมืองทั่วๆไปแล้วไม่ดำเนินการ จับกุมภายในหรือรอบๆโรงพยาบาล โดยจะไม่ทำลายนโยบายของความเชื่อถือ
  • ประธานาธิบดีได้พูดว่าจะปิดกันทุนใน “ดินแดนศักสิทิ์” อาทิตย์ที่แล้ว วงจรที่ 2 ได้มีกฎว่า หน่วยบริหารสามารถที่จะผิดกั้นการใช้กฎหมายในการระดมทุนต่อเขตอำนาจศาล ในนโยบายที่จำกัด ในการร่วมมือกับกองตรวจคนเข้าเมือง ในการตอบของกฎหมาย ประธานาธิบดีทรั้มท์ คงคำแนะนำแผนการปิดกั้นในการใช้กฎหมายเฉพาะการในการใช้ทุนจาก”เมืองแห่งศักสิทธิ์”  อย่างไรก็ตาม ศาลอุทรณือีก 3 แห่งของรัฐบาลกลางในบริเวณเมือง มีคำสั่งศาลให้ปิดกั้น บริหารทรั้มท์ จากการบังคับใช้เงื่อนไขบางประการ ที่พวกเขาได้วางไว้ในกองทุน
  • ผู้เฝ้าสังเกตการของรัฐบาลได้พูดว่าปัจจุบันครอบครัวพลัดพรากจากกัน ตัวเลขอาจจะคลาดเคลื่อน เมื่อวันพฤหัส หน่วยตรวจทั่วไป บริการสุขภาพและมนุษย์ ได้รายงานว่า ลายละเอียดวการพลัดพรากของครอบครัวไม่เป็นไปโดยอัตโนมัต ในการแบ่งข้อความระหว่างหน่วยป้องกันชายแดน(CBP) กับ(โรคมีน้ำตาลสูงมาก)” HHS “ เมื่อนโยบายเป็นผลแล้ว ขณะที่ “CBP” ตรวจด้วยความกลัว ส่วนหน่วย “HHS”   ทำงานกับเด็กย้ายถิ่นฐาน ขาดข้อมูลในการแบ่งปัน จึงเป็นข้อปกพร่องอีกอย่างหนึ่ง ที่ส่งผลกระทบต่อตัวเลขของเจ้าหน้าที่ การตีพิมพ์ปีที่แล้วจำนวนเด็กๆพลัดพรากจากครอบครัวจาก”นโยบายพลัดพรากจากครอบครัวแห่งรัฐ” ส่วนนอกนโยบาย การพลัดพรากจากครอบครัวที่ชายแดนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีประวัติอาชกรรม
  • ผู้อำนวยการ CDC (Coronavirus Disease 2019) ได้อธิบายว่ากำแพงไม่สามารถที่จะหยุดโรคระบาด COVID-19 เมื่อวันอังคารประธานิบดีทรั้มท์ ยืนยันว่ากำแพงชายแดนจะช่วยหยุดการระบาดของโรค COVID-19  ต่อมาภายหลังในวันนั้น ผู้อำนวยการของ CDC ได้อธิบายว่า ไม่มีการบ่งชัดว่า กำแพงตามชายแดนเม็กซิโก จะช่วยบรรเทาในการระบาดของเชื้อโรค.

     

0
Comments

Leave a Reply